CASINO ONLINE

CASINO ONLINE
CASINO ONLINE

Tuesday, April 2, 2019

14 ที่เที่ยวแคนาดา สวยอะไรอย่างนี้ ติดอันดับต้น ๆ ของโลกด้วย

ที่เที่ยวแคนาดา ชวนเปิดโลกไปเยือนที่เที่ยวสวย ๆ ผจญภัยไปกับที่เที่ยวแคนาดา สุดอลังการ ที่ไม่ว่าใครได้ไปเยือนต่างก็ต้องตกหลุมรัก ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และเมืองสุดทันสมัย มีครบจบที่แคนาดา

ที่เที่ยวแคนาดา เป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกปี 2017 โดย Lonely Planet ด้วยประเทศอันกว้างใหญ่นี้มีแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ไปผจญภัยหลากหลายแบบ ซึ่งที่เที่ยวของแคนาดาแต่ละที่ก็ล้วนแต่ติดอันดับต้น ๆ ที่เที่ยวที่สวยที่สุดในโลกทั้งนั้น หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวต่างประเทศที่คุ้มค่าต่อการไปเยือนอยู่ บอกเลยว่าการไปเที่ยวแคนาดาสักครั้งจะทำให้คุณได้ทั้งความประทับใจและนอนตายตาหลับ วันนี้เราจึงได้รวบรวม 14 ที่เที่ยวแคนาดามาฝากกันค่ะ จะมีที่ไหนบ้างนั้น ไปดูกัน

1. Rocky Mountains
 


          Rocky Mountains หรือ Canadian Rockies เป็นเทือกเขาที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่มากที่สุดในประเทศแคนาดา เป็นแนวเทือกเขาที่ทอดข้ามผ่านตั้งแต่ทางด้านเหนือสุดของรัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) ประเทศแคนาดา ยาวไปจนถึงรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชมเทือกเขาร็อกกี เมาน์เทน จะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) และอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ (Jasper National Park) รัฐแอลเบอร์ตา (Alberta) ซึ่งมีเส้นทางขับรถชมยอดเขาที่สวยงามมาก ๆ โดยเฉพาะบนเส้นทาง Icefields Parkway และ Trans-Canada Highway ช่วงเมือง Jasper



          นอกจากนี้ยังสามารถที่จะขึ้นกระเช้าไฟฟ้า (Gondola) ไปยังจุดชมวิวด้านบนยอดเขา Sulphur Mountain ในเขตอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ เพื่อชมวิวเทือกเขาร็อกกี้สุดตระการตา มีทางเดินริมเขาสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,281 เมตร ให้ได้เดินชมภูเขากันอย่างจุใจ นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอีกมากมาย

2. อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park)



          อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดา ด้วยที่นี่มีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในแนวเทือกเขาร็อกกี เมาน์เทน และมีจุดชมวิวเทือกเขาร็อกกี เมาน์เทน ที่สวยที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีป่าเขาที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์มาก ๆ เราจะเห็นป้ายให้ระวังหมีป่าตลอดเส้นทางและทุกฤดูกาล ทะเลสาบก็ไม่น้อยหน้า มีความงดงามติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว

          สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างของที่นี่ก็คือการไปเยือน Banff Avenue เป็นเมืองเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขาสูงใหญ่ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ มีร้านค้าขายของที่ระลึกและคาเฟ่เก๋ ๆ มากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาว เมืองทั้งเมืองจะกลายเป็นสีขาว มีการประดับประดาไปด้วยไฟหลากสีสัน ให้ความรู้สึกราวกับเป็นเมืองในฝันเลยทีเดียว

3. Lake Louise  



          Lake Louise ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) รัฐแอลเบอร์ตา (Alberta) มีลักษณะเป็นทะเลสาบสีฟ้าเขียวมรกตสวยใส รายล้อมไปด้วยเทือกเขาสีเขียวสูงใหญ่ ที่เราจะสามารถมองเห็นหิมะที่ปกคลุมอยู่บนยอดเขาประปราย เป็นทัศนียภาพที่งดงามมาก ๆ เหมือนกับดินแดนในเทพนิยายเลยเชียว



          ส่วนในหน้าหนาวที่นี่จะเปิดให้มีการเล่นไอซ์สเกตในทะเลสาบ และมีเทือกเขาให้ปีนป่ายเล่นสกีอย่างสนุกสนานอีกด้วย ส่วนถ้าใครอยากตื่นเช้ามาได้เห็นทะเลสาบเลย ก็ต้องลองพักที่ Fairmont Chateau Lake Louise กันสักครั้ง

4. Columbia Icefield



          Columbia Icefield มีลักษณะเป็นลานแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในเขตเทือกเขาร็อกกี เมาน์เทน ฝั่งอเมริกาเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างเขตติดต่อของรัฐบริติชโคลัมเบีย และรัฐแอลเบอร์ตา โดยแผ่นน้ำแข็งนี้วางตัวทอดยาวอยู่ทางด้านใต้ของอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ (Jasper National Park) และทางด้านเหนือของอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) มีพื้นที่ทั้งหมดราว ๆ 325 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 8 ธารน้ำแข็งใหญ่ ๆ และธารน้ำแข็งที่สามารถเข้าถึงได้และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวก็คือ Athabasca Glacier ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมี Snow Coach ไว้คอยต้อนรับและพานักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมยังแผ่นน้ำแข็งสุดอลังการนี้

5. สแตนลีย์ ปาร์ค (Stanley Park) และเมืองแวนคูเวอร์ (Vancouver)



          สแตนลีย์ ปาร์ค สวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ดาวน์ทาวน์เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนเมืองนี้จะต้องแวะไปเที่ยวชม เพราะสวนสาธารณะแห่งนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ราว ๆ 400 เฮกตาร์ จึงเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามหลากหลายแบบทั้งป่าเขาและชายหาด มีจุดชมวิวเมืองแวนคูเวอร์ที่สวยงาม มีเส้นทางปั่นจักรยานสุดชิล มีร้านอาหารทะเลพร้อมวิวสวยปังของอ่าวและเมืองแวนคูเวอร์ให้ได้ไปสัมผัส อีกทั้งยังมีพื้นที่กิจกรรมให้เลือกทำอย่างครบรส




          ส่วนเมืองแวนคูเวอร์ เป็นเมืองที่เจริญมากที่สุดเมืองหนึ่งทางฝั่งตะวันตกของแคนาดา มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม โดยเฉพาะชาวเอเชีย เมื่อวัฒนธรรมแบบเอเชีย หล่อหลอมรวมกับสภาพอากาศที่อบอุ่นของเมืองแวนคูเวอร์ ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกเลยล่ะ สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อไปเยือนแวนคูเวอร์ อาทิ Capilano Suspension Bridge, Vancouver Lookout, Yaletown, Steam Clock in Gas Town, Dr. Sun Yat-Sen Classical Chinese Garden, Science World, Grouse Mountain, English Bay, Queen Elizabeth Park, Lynn Canyon Suspension Bridge เป็นต้น

6. The Butchart Gardens



          ถ้าถามหาสวนดอกไม้ที่สวยงามมากที่สุดในโลก เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีชื่อของ The Butchart Gardens เมือง Brentwood Bay รัฐบริติชโคลัมเบีย รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่มีประวัติยาวนาน ภายในสวนเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณ ที่ผลัดกันออกดอกบานสะพรั่งตลอดทั้งปี ซึ่งจะมีการแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ พร้อมทั้งจัดสวนในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป อาทิ Sunken Garden, Rose Garden, Concert Lawn Walk, Japanese Garden, Italian Garden และ Mediterranean Garden นอกจากนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนยังเหมาะแก่การสัมผัสประสบการณ์พิเศษอย่าง English Tradition of Afternoon Tea ที่นี่อีกด้วย

7. น้ำตกไนแอการา  



          น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และรัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ซึ่งน้ำตกแห่งนี้จะประกอบด้วย 3 น้ำตกด้วยกัน คือน้ำตกเกือกม้า (Horseshoe Falls) อยู่ทางฝั่งแคนาดา, น้ำตกอเมริกา (American Falls) อยู่ทางฝั่งสหรัฐอเมริกา และน้ำตก Bridal Veil อยู่ทางฝั่งอเมริกาเช่นกัน

          ซึ่งถ้าอยากเห็นน้ำตกทั้ง 3 แห่งในมุมสูง สามารถที่จะขึ้นหอคอยชมวิวได้จากทางฝั่งแคนาดา และทางฝั่งนี้ยังสามารถมองเห็นน้ำตกไนแอการาในวิวพาโนรามาได้แบบสวยสุด ๆ อีกด้วย หากใครมาเที่ยวชมในช่วงหน้าหนาว ก็จะเห็นน้ำตกกลายเป็นน้ำแข็ง ยามค่ำคืนจะมีการแสดงแสงไฟอร่ามตาไปที่น้ำตก ถือได้ว่าที่นี่เป็น The Must ของแคนาดา

          นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงน้ำตกไนแอการา ยังมีไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ให้เข้าไปเยี่ยมชมหลายแห่ง โดยไร่องุ่นส่วนใหญ่จะพาชมไร่องุ่น, กระบวนการผลิต Ice wine, โรงเก็บไวน์ใต้ดิน และการชิมไวน์ เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ต้องบอกว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว

8. เมืองวิกตอเรีย (Victoria)



          เมืองวิกตอเรีย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแคนาดา อยู่บนเกาะแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย เป็นเมืองท่าสุดเก่าแก่และมีความสวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่ง เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เพราะเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองหลวงของแคนาดาในช่วงปี ค.ศ. 1871 เราจะได้เห็นอาคาร โบสถ์ และตึกต่าง ๆ มากมายในเมืองนี้ที่มีรูปแบบศิลปะแบบโกธิค ยังคงได้เห็นรถม้านำเที่ยว และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของคนท้องถิ่น นอกจากนี้วิกตอเรียยังได้ชื่อว่าเป็น City of Gardens เพราะรอบ ๆ เมืองเต็มไปด้วยต้นไม้และสวนสวย ๆ มากมาย และการมาเที่ยวที่นี่ต้องไม่พลาดที่จะลองชิมอาหารทะเลสดใหม่ รวมทั้งการเดินเล่นรอบ ๆ เมือง

          สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของเมืองวิกตอเรีย อาทิ Craigdarroch Castle Historic House Museum, Whale Watching Tours, Hatley Park National Historic Site, Abkhazi Garden, Fort Rodd Hill & Fisgard Lighthouse, Bastion Square, Fairmont Empress, Government House, British Columbia Parliament Buildings, The Butchart Gardens เป็นต้น

9. เมืองออตตาวา (Ottawa)



          ถ้าพูดถึงที่เที่ยวแคนาดาจะให้ขาดเมืองหลวงไปได้อย่างไร ออตตาวา (Ottawa) ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงที่มีเสน่ห์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ใครที่หลงใหลในสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโกธิค (Gothic Revival architecture) จะต้องหลงรักเมืองแห่งนี้แน่นอน ออตตาวาอาจจะแตกต่างจากคำว่าเมืองหลวงที่หลายคนจินตนาการสักเล็กน้อย เพราะที่นี่ไม่ค่อยมีตึกและอาคารสูง ๆ รูปแบบทันสมัยเยอะมากนัก รอบ ๆ เมืองเราจะได้เห็นอาคารในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโกธิคเสียเป็นส่วนใหญ่

          สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของออตตาวา อาทิ Parliament Hill, Rideau Canal, National Gallery of Canada, ByWard Market, Canadian War Museum, Notre Dame, Rideau Hall เป็นต้น

10. Saint Joseph's Oratory และเมืองมอนทรีออล (Montreal)



          Saint Joseph's Oratory ตั้งอยู่บนยอดเขา Mount Royal เป็นมหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิกที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองมอนทรีออล และเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1904 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) ภายในแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ อาทิ Crypt Church, The Votive Chapel, Basilica ฯลฯ ด้านนอกรายล้อมไปด้วยสวนสีเขียว และยังมีจุดชมวิวเมืองมอนทรีออลที่สวยงามมาก ๆ อีกด้วย



          ส่วนเมืองมอนทรีออล ตั้งอยู่ในรัฐควิเบก (Quebec) ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความเจริญ และเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่งดงามไม่แพ้เมืองไหน ๆ ของแคนาดา เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศนี้เลยทีเดียว และประชากรส่วนใหญ่ก็พูดภาษาฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะช่วงหนึ่งในอดีตที่นี่เคยได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส บรรยากาศรอบ ๆ เมืองจึงมีความคล้ายกับยุโรปนิด ๆ ที่นี่จึงน่าเที่ยวและน่าอยู่ที่สุดในโลกอีกหนึ่งเมือง สิ่งที่ไม่อยากให้พลาดหนึ่งอย่างในการมาเที่ยวมอนทรีออล ก็คือการไปเที่ยวเขต Old Montreal ซึ่งจะเต็มไปด้วยตึกเก่าแก่สวย ๆ มากมาย มีร้านอาหารพื้นเมือง ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟเก๋ ๆ ให้เลือกนั่งพักผ่อนเพียบ 

11. เมืองควิเบก (Quebec City)



          เมืองควิเบก เป็นเมืองเอกของรัฐควิเบก ที่นี่ได้ฉายาว่ายุโรปแห่งอเมริกาเหนือ เพราะอาคารบ้านเรือนจะมีลักษณะศิลปะแบบยุโรปเสียส่วนใหญ่ เป็นเมืองที่มีอากาศหนาวตลอดทั้งปี และผู้คนส่วนมากจะพูดภาษาฝรั่งเศส จึงทำให้บรรยากาศของเมืองควิเบกคล้ายคลึงกับยุโรปเลยทีเดียว และนั่นจึงทำให้ที่นี่เป็นเมืองที่โรแมนติกมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


          สถานที่ท่องเที่ยวควิเบกที่ห้ามพลาด อาทิ  Chateau Frontenac, Musee de la Civilisation, Citadelle of Quebec,  Parliament Hill, Notre Dame de Quebec, Ramparts of Quebec City, Plains of Abraham, Morrin Centre, Terrasse Dufferin เป็นต้น

12. St. Lawrence Market และเมืองโทรอนโต (Toronto)



          St. Lawrence Market เป็นตลาดสดที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดา เคยได้รับการจัดอันดับจาก National Geographic ให้เป็นตลาดอาหารที่ดีที่สุดในโลก (April 2012) โดยตลาดสดแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนน Front St. East และ Jarvis St. ในเมืองโทรอนโต โดดเด่นด้วยอาคารสไตล์ยุโรปเก่าแก่ แบ่งออกเป็น 3 โซน คือโซน The South Market โซนนี้จะขายผัก-ผลไม้พื้นเมือง และของสดต่าง ๆ, โซน The North Market เป็นพื้นที่ตลาดชุมชน ฟาร์มต่าง ๆ จะนำสินค้าสด ๆ มาขายทุกวันเสาร์ และโซน St. Lawrence Hall ตลาดแห่งนี้จะปิดทุกวันอาทิตย์



          เมืองโทรอนโต เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในแคนาดา มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว ภายในเมืองเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า และอาคารสุดทันสมัย มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างแวะเวียนมาอยู่อาศัยและเที่ยวชม ตัวเมืองอยู่ติดกับทะเลสาบออนแทรีโอ (Lake Ontario) ที่นี่จึงมีบรรยากาศที่น่าหลงใหล ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องหลงรัก

13. เมืองเยลโลไนฟ์ (Yellowknife)


          เมืองเยลโลไนฟ์ (Yellowknife) ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของประเทศแคนาดา ติดกับทะเลสาบ Great Slave Lake ในนอร์ทเวสต์เทอร์ริทอรีส์ (Northwest Territories) มีลักษณะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ก็ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแถบนี้ และแน่นอนว่าเมืองเยลโลไนฟ์จะต้องมีอากาศที่หนาวเย็นมาก โดยเฉพาะหน้าหนาวที่บางปีอากาศจะติดลบลงไปถึง -50 องศาเซลเซียส

          แล้วเมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยว ? บอกเลยว่าที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ชมแสงเหนือ (Aurora) ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในหน้าหนาวนักท่องเที่ยวจะแห่มาเยือนที่นี่กันมากมาย เพื่อชมความสวยงามของแสงเต้นระบำบนฟากฟ้า ใครอยากมีประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร อย่าได้พลาดเมืองนี้ไปเป็นอันขาด

14. วิสต์เลอร์ (Whistler)



          วิสต์เลอร์ ตั้งอยู่ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ไม่ไกลจากเมืองแวนคูเวอร์เท่าไรนัก เป็นหมู่บ้านรีสอร์ทที่สวยงามมาก ๆ ของแคนาดา โดยรอบ ๆ จะมีแนวเทือกเขาสูงใหญ่โอบล้อม มีธรรมชาติที่งดงาม บรรยากาศเย็นสบายและโรแมนติก มีสกีรีสอร์ทใหญ่โต ที่นี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางของการเล่นสกีที่ชาวแคนาดาและนักท่องเที่ยวอยากจะมาสัมผัสมากที่สุด

          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวส่วนหนึ่งของที่เที่ยวแคนาดาเท่านั้น ประเทศทางตอนเหนือของอเมริกาเหนือแห่งนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเด็ด ๆ ให้ไปค้นหากันอีกเพียบ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น คงต้องแพ็กกระเป๋าออกสำรวจด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า :)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://travel.kapook.com

No comments:

Post a Comment